เลือกเมนูอาหารแคลอรี่ต่ำ คืนร่างเดิมหลังกินจนตัวแตก!

เลือกเมนูอาหารแคลอรี่ต่ำ คืนร่างเดิมหลังกินจนตัวแตก!
สัปดาห์นี้ชวนเลือกเมนูอาหารแคลอรี่ต่ำ อิ่มท้องแถมอร่อย เพื่อชดใช้กรรมหลังหยุดยาวกินแหลกจนร่างแตกในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีอะไรบ้างต้องติดตาม

ศุกร์ที่ 20 เมษายน 2561 เวลา 10.00 น.

หยุดยาวทีไร “เทศกาลกินแหลก” ก็มาทำให้มีของแถมที่ไม่ต้องการทุกเทศกาล คือน้ำหนักอีก 4 กิโลกรัมที่ต้องรับกรรมจากการกินกันไป ช่วงใช้กรรมเพื่อให้รักษาหุ่นสวยๆ และสุขภาพดีๆ นี้เรามาเลือกเมนูอาหารแคลอรี่ต่ำๆ ที่กินแล้วอิ่มและไม่ทำร้ายตาชั่งไปมากกว่านี้กันค่ะ

เมนูแรกเลย หากินไม่ยาก “ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เส้นหมี่เนื้อสด หรือหมูสด” เมนูนี้หารับประทานง่ายมาก แคลอรี่อยู่ที่ประมาณ 200-220 ต่อถ้วย เดินเข้าร้านก๋วยเตี๋ยว อย่าสั่งแบบแห้งนะจ๊ะ เพราะแบบแห้งต้องใช้น้ำมัน กระเทียมเจียวเพื่อให้เส้นไม่ติดกัน นอกจากนี้ “เส้นใหญ่” ก็เป็นของต้องห้าม เพราะใช้น้ำมันทาเส้น ใครสะดวกก็เดินเข้าร้าน สั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเส้นหมี่ได้เลยจ้า…ไม่ต้องทำเอง

เมนูต่อมา “ต้มจืดฟัก หมูสับ ใส่เต้าหู้ ราดข้าว” แคลอรี่ประมาณ 220-250 เป็นเมนูที่อร่อย และไม่อ้วนที่น่ารับประทานอีกเมนู พร้อมทั้งอิ่มอร่อย และดีต่อสุขภาพอีกด้วยนะ

ถ้าใครอยากรับประทาน “เมนูไข่” แนะนำเป็นข้าวไข่ต้ม เพราะไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงาน 75 กิโลแคลอรี่ ถ้ารับเราประทานข้าว 1 จาน กับไข่ต้ม 2 ฟอง ให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรี่ แต่ห้ามรับประทานไข่เจียวเด็ดขาดในช่วงลดน้ำหนัก!! เพราะข้าวไข่เจียว 1 จาน ประมาณ 800-1,500 กิโลแคลอรี่ เรียกได้ว่า ทานมื้อเดียวเท่ากับปริมาณแคลอรี่ที่ต้องการต่อ 1 วันในช่วงลดน้ำหนักทีเดียว คงไม่เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการลดน้ำหนักแน่นอน

นอกจากนี้ “อาหารประเภทยำต่างๆ” เช่น ยำผักกาดดอง ยำมะเขือยาว ก็เป็นอาการที่ดีต่อสุขภาพ และให้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอาหารมีรสชาติแบบแซ่บๆ มารับประทานสลับในช่วงหาทางคืนร่างเดิมได้เป็นอย่างดี

เมนูอาหารโปรดชาวเราอีกอย่าง เช่น “ส้มตำปู” ก็เป็นอาหารลดน้ำหนักที่น่าจัด เพราะแก้อยากได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใครชอบผักก็เป็นสลัดผัก โดยต้องเลือกเป็นสลัดน้ำใส เพราะถ้าเป็นสลัดครีม พลังงานก็จะสูงตามไปด้วย หรือถ้าใครชอบคำนวณตัวเลขแคลอรี่ลองเซิร์ตหาข้อมูลตารางแคลอรี่ดูนะค่ะ มีให้เลือกมากมายหลายสูตร มาสนุกกับการลดน้ำหนัก คืนร่างเดิมแบบไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์