รถกระบะรับจ้างกับวิธีสังเกตว่าเกิดจากการรั่วของน้ำมันอะไร

รถกระบะรับจ้างกับวิธีสังเกตว่าเกิดจากการรั่วของน้ำมันอะไร อาการน้ำมันรั่วหยดสามารถเกิดได้กับรถทุกคัน โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานมาก มีโอกาสที่อุปกรณ์ต่างๆจะเสื่อมคุณภาพ ทำให้เกิดการรั่วซึมได้ หรือ อาจเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น การชน กระแทก กับสิ่งต่างๆ ก็ทำให้เกิดอาการน้ำมันรั่วซึมได้เช่นกัน

วิธีสังเกตว่าเกิดจากการรั่วของน้ำมันอะไร

1. ตำแหน่งที่มีรอยหยดของน้ำมัน ว่าตรงกับด้านซ้ายหรือด้านขวาของรถ

– รอยหยดอยู่ทางด้านขวาของรถ อาจเป็นน้ำมันเครื่องรั่ว สาเหตุอาจจะเกิดจากซีลอ่างน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ ปะเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องแตก ฉีกขาด เสื่อมสภาพ หรือซีลไส้กรองน้ำมันเครื่องไม่เข้าที่ไม่เข้าตำแหน่งหลังจากที่มีการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง

– รอยหยดอยู่ทางด้านซ้ายของรถ อาจเป็นการรั่วจากระบบส่งกำลังหรือชุดเกียร์แน่ๆ ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากซีลเพลาขับฉีกขาด เสื่อมสภาพจนเนื้อยางแข็ง ปะเก็นอ่างน้ำมันเกียร์ หรือรั่วจากน็อตถ่ายน้ำมันเกียร์

2. สังเกตจากสีของน้ำมันที่หยด

สีอำพัน สีน้ำตาล ถึงสีดำ – อาจเป็นสีของน้ำมันเครื่อง ถ้ายังสดใหม่จะมีสีอำพัน ถ้าไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมาหนึ่งหมื่นไมล์จะมีสีน้ำตาล หรืออาจมีสีดำ ถ้าเลอะนิ้วแล้วจะมีความมันทำให้ล้างออกยาก
สาเหตุ น้ำมันสามารถรั่วไหลออกมาได้จากแผ่นยางและแผ่นฝาครอบที่หน้าหรือหลังของเครื่องยนต์ จากแผ่นปิดวาล์วหรือจากใต้กระทะน้ำมัน เป็นไปได้หลายสาเหตุ

สีออกสีแดงและลื่นมัน – อาจเป็นน้ำมันเกียร์ จะใสกว่าน้ำมันเครื่อง ถ้าสงสัยว่าน้ำมันเกียร์รั่ว ให้ดูอาการจากคู่มือการ ใช้รถเพื่อหาวิธีวัดระดับน้ำมัน ถ้ามองเห็นตำแหน่งน้ำมันเกียร์ได้ชัดเจน มองหารอยรั่วรอบๆ แผ่นยาง

สีคล้ายสีแดง – อาจเป็นน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ ในรถบางคันมีสีเหมือนกับสีน้ำมันเกียร์ ให้เช็คระดับน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ และมองหารอยรั่วในบริเวณนั้น สายที่ต่อ

สีเขียว เหลือง ชมพู หรือสีอื่นๆ

– อาจเป็นระบบทำความเย็นในเครื่องยนต์ ให้ตรวจสอบถังระบายน้ำว่ามีอะไรอยู่ในระบบหรือเปล่า ถ้าในถังระบายว่าง นั่นอาจคือปัญหา น้ำยาทำความเย็นจะให้ความรู้สึกเหมือนน้ำบางๆ และมีกลิ่นหวาน รอยรั่วเกิดได้จากถังระบายน้ำ radiator ปั๊มน้ำ สายน้ำยา และที่ไหนสักจุด เพื่อความปลอดภัย ให้รอจนเครื่องเย็นแล้วเปิดฝาของ radiator

– อาจเป็นระบบหล่อเย็นมีปัญหา ต้องตรวจสอบหม้อน้ำ วาล์วน้ำ ท่อต่างๆ และปั๊มน้ำ หากพบว่ามีรอยรั่วซึมให้รีบนำรถเข้าศูนย์ทันที

สีน้ำตาลอ่อน – อาจเป็นน้ำมันเบรก ใหม่ๆ จะมีสีใสแต่เมื่อใช้งานนานๆ จะมีสีเข้มลงเรื่อยๆ เป็นน้ำที่ลื่น ควรเช็คระดับน้ำมันดูว่ามีรอยรั่วหรือไม่ น้ำมันจะถูกสูบฉีดตามสายเบรกเข้าสู่ล้อ ทำให้รอยรั่วจะไหลรั่วออกมาทำให้มองเห็นได้ยาก น้ำมันเบรกรั่วเป็นเรื่องสำคัญควรรีบนำรถเข้าศูนย์ทันที

สีใสรอยหยดน้ำ – ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากน้ำที่หยดมีปริมาณมากเกินกว่าปกติอาจจะเป็นรอยรั่วของหม้อน้ำหรือสายยางของทางเดินน้ำ

สามารถใช้งานรถยนต์ต่อได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รั่วของน้ำมันและระยะเวลาที่เกิดการรั่ว หากมีการรั่วมีปริมาณที่มาก ก็ย่อมส่งผลกับการสึกหรอของชิ้นส่วนที่น้ำมันหล่อลื่นอยู่แน่นอน และจะสึกหรอมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่รั่วเพราะน้ำมันต่างจะมีคุณสมบัติเพื่อใช้ในการหล่อลื่นเครื่องยนต์

1. หากพบน้ำมันนองเต็มพื้น ไม่ควรใช้งาน ให้รีบแจ้งช่างหรือติดต่อศูนย์บริการเพื่อนำรถเข้าตรวจสอบที่มาของรอยรั่วและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหามากขึ้น

2. ถ้าพบรอยรั่วเล็กน้อยเป็นรอยหยดไม่มาก ก็สามารถใช้งานได้ แต่แควรจะขับไปหาช่างหรือศูนย์บริการเพื่อทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนก็จะดีกว่าไม่ควรปล่อยไว้นาน

3. หากน้ำมันเครื่องรั่วหรือน้ำมันเกียร์รั่ว ควรระวังเพราะหากสัมผัสกับท่อเสียซึ่งมีความร้อนมากก็อาจเกิดอันตรายได้

4. หากพบอาการน้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว ซึ่งจะสังเกตได้ง่าย เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อมีการรั่ว จะมีกลิ่น เมื่อได้กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงมากผิดปกติ สิ่งแรกที่ให้ทำคือดับเครื่องยนต์ทันที จากนั้นหลีกเลี่ยงประกายไฟหรือความร้อนและติดต่อศูนย์บริการทันที ส่วนสาเหตุที่น้ำมันเชื้อเพลิงรั่วก็ต้องตรวจสอบที่ตัวรถอีกครั้ง