จัดการกู้ชีพฉุกเฉิน เข้าถึงเร็ว ส่งต่อทันท่วงที

รพ.ราชวิถีผนึกโรงพยาบาลมูลนิธิ และอาสาสมัครในพื้นที่โซน8 กทม. ฝึกจำลองสถานการณ์เสมือนจริง เพื่อทดสอบระบบความพร้อมจริงในการกู้ชีพฉุกเฉิน เน้นแจ้งเหตุ เข้าถึงเร็วส่งต่อทันท่วงที ห่วงปัญหาจราจรอุปสรรคสำคัญของระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินวอนผู้ใช้รถมีน้ำใจเปิดทางให้รถฉุกเฉิน นพ.ไพโรจน์ เครือกาญจนา หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่าโรงพยาบาลทั้ง 6 แห่ง

ร่วมกับมูลนิธิ และอาสาสมัครในพื้นที่โซน8 กทม. ได้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ,โรงพยาบาลพญาไท2, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลกรุงเทพ, และมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, กลุ่มอาสาพระราม 9, อาร์คอม,CB ห้วยขวาง และประดิษฐ์มนูธรรม จัดทดสอบการเผชิญเหตุการณ์จำลอง เมื่อพบผู้ป่วยฉุกเฉิน เช่น การแจ้งเหตุ การประสานเหตุ การเข้าถึงจุดเกิดเหตุ การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น และส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังรพ.ต่างๆอย่างเหมาะสมรวดเร็ว ปลอดภัย เพื่อให้รอดชีวิตหรือลดความพิการ ทั้งนี้ในการจำลองสถานการณ์ จะไม่มีการแจ้งให้หน่วยงานต่างๆได้ทราบ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้นเวลาใด ณ สถานที่แห่งใดเหมือนกับการฝึกซ้อมที่ผ่านมา เพราะจะทำให้ทราบสถานการณ์ล่วงหน้า สามารถเตรียมการในการทำงานได้ก่อน ซึ่งการฝึกครั้งนี้เราเน้นการบริหารจัดการเผชิญสถานการณ์ที่รวดเร็วเหมาะสม แม้กระทั่งการนำผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุ ต้องมีระบบคัดแยกผู้ป่วย เพื่อพิจารณาในการนำส่งไปยังโรงพยาบาลต่างๆที่เหมาะสม โดยไม่ให้ผู้ป่วยไปกระจุกที่ใดที่หนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงแก่ผู้ป่วย “การทำงานที่ต้องเผชิญกับผู้ป่วยแบบนี้ ต้องทำงานร่วมกันหลายภาคส่วน ตั้งแต่ด้านการควบคุมสถานการณ์ คือ เจ้าของพื้นที่หรือหน่วยงานประจำท้องถิ่นหรือเขต, ตำรวจจราจร , เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ มูลนิธิ อาสาสมัคร และโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งมีศูนย์กู้ชีพนเรนทร รพ.ราชวิถีเป็นแม่โซน โดยจะทำงานประสานกับศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ของกทม.ในการฝึกครั้งนี้ ต้องขอบคุณพล ตำรวจตรีจิรพัฒน์ รอง ผบชน. ที่ให้การสนับสนุนด้านงานจราจร อำนวยความสะดวกเรื่องเส้นทาง นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก มาช่วยเสริมตกแต่งบาดแผลที่เสมือนจริง และตึกฟอร์จูน ที่ให้ใช้พื้นที่เป็นสถานที่เกิดเหตุ และสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยที่ได้ทำโครงการ ส่งเสริมและป้องกันคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในชุดแนวคิดที่ 4 เรียกว่า สรรค์ความช่วยเหลือ โดยช่วยให้เกิดการทดสอบการฝึกในสถานการณ์ครั้งนี้” นพ.ไพโรจน์ กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth